7 Skin Care เรียงลำดับการบำรุงผิวหน้าที่ไม่ควรมองข้าม | Claire Every Skin

26

Nov

2018

testimonials

7 Skin Care เรียงลำดับการบำรุงผิวหน้าที่ไม่ควรมองข้าม

อัพโหลดเมื่อ 11.26.18

LINE it!
7 Skin Care เรียงลำดับการบำรุงผิวหน้าที่ไม่ควรมองข้าม

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะหลังตื่นนอนหรือก่อนเข้านอน เราต้องอยู่กับสิ่งๆ หนึ่งเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้หญิงส่วนใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้อยู่เสมอทุกวัน นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เมื่อก่อนเราอาจจะเลือกดูแลผิวหน้าเราแค่การล้างหน้าให้สะอาด และทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้เรามีผลิตภัณฑ์ที่ไว้สำหรับดูแลผิวหน้าหลายสูตร หลายประเภทมาก ไม่ว่าจะเป็น บูสเตอร์, โทนเนอร์, เอส
เซนส์, เซรั่ม, อีมัลชั่น, โลชั่น และ ครีม ซึ่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าแต่ละประเภทนี้จะมีความแตกต่างกัน มีคุณประโยชน์ คุณสมบัติที่ต่างกัน



เราอยู่ในยุคที่มลภาวะมีแต่สิ่งสกปรก เชื้อโรค และยังต้องเผชิญหน้ากับความเครียดที่หลากหลาย ปัจจัยที่กล่าวมานั้นสามารถทำให้ผิวหน้าเป็นสิวได้ง่าย เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ จากปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นกับผิวหน้าได้ จึงจำเป็นจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกัน และช่วยให้ผิวดีขึ้นจากเดิม

 

7 ประเภท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว



1. โทนเนอร์ (Toner)

ผลิตภัณฑ์ประเภทโทนเนอร์ เป็นตัวที่ช่วยปรับสภาพผิว และสิ่งที่สำคัญของโทนเนอร์ คือ ช่วยทำความสะอาดขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างหลังการล้างหน้า โดยหลักของการใช้โทนเนอร์คือการนำสำลีชุบโทนเนอร์เช็ดบริเวณใบหน้า เพราะผิวสัมผัสของสำลีจะช่วยทำให้โทนเนอร์ที่ชุบอยู่สามารถเข้าถึงสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึกมากกว่าการล้างหน้าแบบธรรมดา คุณสมบัติที่สำคัญของโทนเนอร์อีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยเดิมน้ำให้ผิว

 

2. เอสเซนส์ (Essence)

เป็นอีกตัวที่ยอดฮิตในตอนนี้ เอสเซนส์ หรือที่เรียกกันว่า “น้ำตบ” เป็นตัวบำรุงผิวจากภายใน เป็นการเน้นการบำรุงที่ล้ำลึกเข้าไปถึงชั้นผิว สิ่งที่สำคัญของเอสเซนส์ คือ ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน และมีส่วนผสมเป็น Water-Base เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้สารตระกูลน้ำมัน ซึ่งเนื้อของเอสเซนศ์จะมีลักษณะสัมผัสที่บางเบา ซึบซาบได้เร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

 



3. เซรั่ม (Serum)

เซรั่มมีคุณสมบัติคล้ายกับเอสเซนส์ เพราะเน้นเรื่องการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เซรั่มมีส่วนผสมของ Oil-Base ซึ่งช่วยในเรื่องความชุ่มชื่นมากกว่า โดยส่วนใหญ่เซรั่มจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลปัญหาผิวแบบเฉพาะเจาะจง และช่วยบำรุงผิวในระยะยาวด้วยการเพิ่มคอลลาเจนและให้ความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่ มีเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ตั้งแต่แบบน้ำ น้ำมัน หรือเจลใส แต่มีขนาดโมเลกุลที่เล็กจึงเติมอาหารเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก

 

4. อีมัลชั่น (Emulsion)

เป็นคำใหม่ที่ใครหลายคนอาจจะไม่คุ้นหู อีมัลชั่น เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบา แต่สามารถบำรุงผิวได้แพ้ครีมบำรุง จุดเด่นของอีมัสชั่นช่วยบำรุงและเคลือบผิวชั้นนอกให้ขุ่มชื่นอย่างพอเหมาะ โดยไม่ทำให้ผิวมันจนเกินไป จึงเหมาะมากสำหรับคนที่หน้ามันมาก

 

5. โลชั่น (Lotion)

โลชั่นที่ใครๆ ก็ต่างต้องรู้จัก มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องช่วยบำรุงและเคลือบผิวชั้นนอกให้ชุ่มชื่น และทำให้ผิวเนียนนุ่ม แต่แตกต่างกันที่ในโลชั่นจะมีส่วนผสมที่เป็นน้ำมันมากกว่า ทำให้ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวดีกว่า

 



6. ครีม (Cream)

ครีม ผลิตภัณฑ์ที่เราเคยชินและน่าจะใช้บ่อยที่สุด นึกถึงครีมก็จะนึกถึงสีขาว เนื้อครีมสีขาวที่มีความเข้มข้น ครีมจะบำรุงไปด้วยสารที่เข้มข้น และให้ความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ จุดเด่นของครีมก็คือ ช่วยให้ผิวชั้นนอกชุ่มชื่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะในครีมมีน้ำมันมาก ที่จะช่วยเคลือบผิว และป้องกันการสูญเสียน้ำได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะมากสำหรับคนที่มีผิวแห้งกร้าน

 

7. บูสเตอร์ (Booster)

ศัพท์ใหม่ในตอนนี้กับ บูสเตอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาให้ใช้ก่อนลงครีมบำรุงผิวทุกขั้นตอน ใช้ในการล้างหน้า มีคุณสมบัติที่ช่วยปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ และยังช่วยกระตุ้นสารบำรุงต่างๆ ให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น   

หลังจากบอกคุณสมบัติของประเภทครีมไปแต่ละตัวแล้ว อาจจะมีข้อสงสัยว่า แล้วควรใช้อันไหนก่อนและอันไหนหลัง ถ้าหากต้องการบำรุงผิวหน้าให้ครบแบบเต็มที่ Claire ขอแนะนำการล้างหน้าด้วยบูสเตอร์ก่อนเป็นอย่างแรก หลังล้างหน้าเสร็จ ก็ตามด้วยการใช้สำลีชุบโทนเนอร์หน้าแล้วนำมาเช็ดหน้าให้สะอาด หลังจากนั้นลงต่อด้วยเอสเซนส์ หรือเซรั่ม แล้วแต่คนเลยว่ามีผิวลักษณะไหน อยากลงตัวไหนเป็นพิเศษ หรือลงแค่ตัวเดียวพอ เสร็จแล้วอาจจะลงต่อด้วยอีมัลชั่นที่จะช่วยเคลือบผิวชั้นนอกให้ชุ่มชื่นอย่างพอเหมาะ หลังอีมัลชั่นก็ตามด้วยโลชั่น ขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวก็ต้องเป็นครีม ที่จะช่วยเคลือบผิวและป้องกันการสูญเสียน้ำได้อีกด้วย

+