31

Jul

2025

testimonials

สครับหน้า กี่ครั้งต่อสัปดาห์ถึงจะดี? คำตอบที่ผิวแพ้ง่ายต้องรู้!

อัพโหลดเมื่อ 07.31.25

LINE it!
สครับหน้า กี่ครั้งต่อสัปดาห์ถึงจะดี? คำตอบที่ผิวแพ้ง่ายต้องรู้!

กรี๊ดดด! สาว ๆ ขา เมคอัพสวยเป๊ะแค่ไหน ถ้าผิวหน้าไม่พร้อมก็จบเลยนะ! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง "สครับหน้า" ที่เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการดูแลผิวให้ใสปิ๊ง แต่หลายคนก็แอบงงๆ ว่าควรสครับบ่อยแค่ไหนกันนะ? โดยเฉพาะสาวๆ ผิวแพ้ง่ายนี่แหละที่ต้องระวังเป็นพิเศษ! ไม่ต้องกังวลค่ะ วันนี้เรามีคำตอบแบบจัดเต็ม พร้อมคำแนะนำดีๆ จากแพทย์ผิวหนัง และแน่นอนว่าต้องมีตัวช่วยเด็ดๆ จาก Claire มาฝากกันด้วย! 
 

ทำไมต้อง สครับหน้า ? สครับแล้วดียังไง? 

ก่อนอื่นเลย มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมเราถึงต้อง สครับหน้า กันนะ? ทุกๆ วัน ผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่นควัน เครื่องสำอาง และเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วก็ยังคงเกาะอยู่บนผิวของเราเนี่ยแหละ! ถ้าเราไม่ผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป ผิวของเราก็จะดูหมองคล้ำ ไม่สดใส แถมยังทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิวได้ง่ายอีกด้วยนะ 

การสครับหน้าคือการช่วย "ผลัดเซลล์ผิวเก่า" ที่ตายแล้วออกไปอย่างอ่อนโยน เพื่อเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส บอกเลยว่าถ้าสครับถูกวิธี ผิวจะดูไบรท์ขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เครื่องสำอางติดทนขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ! เหมือนได้รีเฟรชผิวใหม่ให้ดูสดใสอยู่เสมอ 
 

สครับหน้า บ่อยแค่ไหนถึงจะดี? ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคนนะ! 

นี่แหละคือคำถามยอดฮิต! คำตอบก็คือ "ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนเลยจ้า!" ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องสครับบ่อยเท่ากันนะจ๊ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าผิวแต่ละประเภทควรสครับหน้าบ่อยแค่ไหนถึงจะปัง! 

สำหรับสาวๆ "ผิวแห้ง" บอบบาง 

สาวผิวแห้งมักจะมีผิวที่บอบบางกว่าผิวประเภทอื่น เพราะขาดความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิวอาจจะไม่แข็งแรงเท่าที่ควร การสครับหน้าบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งตึง ระคายเคือง และยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้ผิวบอบบางลงได้อีกด้วย 

คำแนะนำ

  • ความถี่: 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ หรือ 1 ครั้งต่อเดือน ก็เพียงพอแล้วค่ะ 

  • เลือกสครับ: เน้นสครับที่ อ่อนโยนมากๆ มีเม็ดบีดส์ที่เล็กละเอียด หรือเป็นสครับเนื้อครีมที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นสูง เช่น ไฮยาลูรอนิก หรือเชียบัตเตอร์ 

  • วิธีการสครับ: สครับเบาๆ มือสุดๆ นวดวนเป็นวงกลมอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการขัดถูแรงๆ และใช้เวลาไม่นานเกินไป 

  • หลังสครับ: อย่าลืมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวทันทีด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว 

เคล็ดลับเพื่อนซี้: ลองสังเกตผิวตัวเองดูนะ ถ้าหลังสครับแล้วรู้สึกแสบ แดง แห้งตึง แสดงว่าอาจจะสครับบ่อยเกินไป หรือสครับแรงเกินไปแล้วล่ะ! พักผิวก่อนนะ! 
 

สำหรับสาวๆ "ผิวมัน" ชอบความสะอาด 

สาวผิวมันมักจะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาเยอะ ทำให้รูขุมขนกว้างและอุดตันได้ง่าย การสครับหน้าจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินออกไป ทำให้ผิวรู้สึกสะอาดและลดการเกิดสิวได้ด้วย 

คำแนะนำ

  • ความถี่: 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือว่ากำลังดีค่ะ 

  • เลือกสครับ: สามารถใช้สครับที่มีเม็ดบีดส์ขนาดกลางๆ ได้ แต่ก็ไม่ควรหยาบจนเกินไป หรือจะเลือกใช้สครับแบบเคมี (เช่น AHA, BHA) ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวก็ได้เช่นกัน 

  • วิธีการสครับ: สครับเน้นบริเวณที่มีความมันมากเป็นพิเศษ เช่น ทีโซน (หน้าผาก จมูก คาง) แต่ก็ยังคงความอ่อนโยนในการนวดวนอยู่ดีนะ 

  • หลังสครับ: อาจจะใช้โทนเนอร์เช็ดกระชับรูขุมขน และตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบาแบบ Oil-free เพื่อไม่ให้ผิวมันเพิ่มขึ้น 

เคล็ดลับเพื่อนซี้: การสครับหน้าช่วยลดความมันได้ก็จริง แต่ก็ไม่ควรสครับบ่อยจนหน้าแห้งผาก เพราะผิวอาจจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเยอะกว่าเดิมเพื่อชดเชยความแห้งนะจ๊ะ! 
 

สำหรับสาวๆ "ผิวแพ้ง่าย" ต้องระวังเป็นพิเศษ! 

มาถึงหัวใจของบทความนี้เลยจ้า! สาวๆ ผิวแพ้ง่ายนี่แหละที่ต้องพิถีพิถันในการเลือกและใช้สครับหน้ามากที่สุด เพราะผิวแพ้ง่ายมักจะตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่าย เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง แสบ แดง ผื่นขึ้นได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น 

คำแนะนำ

  • ความถี่: 1 ครั้งต่อ 2-4 สัปดาห์ หรือ ตามความเหมาะสมของผิว คือดีที่สุด! บางคนอาจจะไม่ต้องสครับเลยก็ได้ ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอื่นๆ ที่อ่อนโยนอยู่แล้ว 

  • เลือกสครับ: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด! 

- หลีกเลี่ยงสครับที่มีเม็ดบีดส์หยาบ หรือสครับจากธรรมชาติที่มีเปลือกผลไม้ เมล็ดพืชบด เพราะอาจทำให้เกิดการบาดผิวได้ 

- มองหาสครับเนื้อละเอียดอ่อนโยนมากๆ หรือเป็น สครับแบบเอนไซม์ ที่ใช้เอนไซม์จากผลไม้มาช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งจะอ่อนโยนกว่าสครับแบบกายภาพ 

- งดส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคือง: แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สารเคมีรุนแรง สีสังเคราะห์ 

  • วิธีการสครับ: 

- ทดสอบที่ผิวก่อนเสมอ: ก่อนใช้กับใบหน้า ให้ลองทดสอบสครับที่บริเวณใต้ท้องแขน หรือหลังหูเล็กน้อย เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ 

- สครับด้วยปลายนิ้วเบาๆ: แทบไม่ต้องออกแรงกดเลย แค่ลูบไล้เบาๆ ให้ทั่วใบหน้า 

- ใช้เวลาสั้นที่สุด: ไม่ควรสครับนานเกิน 30 วินาทีถึง 1 นาที 

  • หลังสครับ: รีบปลอบประโลมผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการระคายเคืองและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว เช่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวแพ้ง่าย หรือครีมที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ (Ceramide) 

เคล็ดลับเพื่อนซี้: สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้สครับ หรือหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวในรูปแบบอื่นๆ ที่อ่อนโยนกว่า เช่น โทนเนอร์ผลัดเซลล์ผิวที่มีความเข้มข้นต่ำๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ! 
 

คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง: อย่ามองข้ามเชียวนะ!  

เราได้รวบรวมคำแนะนำดีๆ จากแพทย์ผิวหนังมาฝากสาวๆ กันค่ะ เพื่อให้การสครับหน้าของเราปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด! 

  • "น้อยแต่มาก" คือหัวใจสำคัญ: แพทย์ผิวหนังหลายท่านมักจะแนะนำว่า "การสครับหน้าไม่จำเป็นต้องทำบ่อย" และ "ควรทำอย่างเบามือที่สุด" โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวบอบบาง การสครับที่รุนแรงหรือบ่อยเกินไปจะทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวระคายเคืองง่ายขึ้น เกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมาได้ 

  • สังเกตสัญญาณจากผิว: ผิวของเราคือตัวบอกที่ดีที่สุดค่ะ! ถ้าหลังสครับแล้วรู้สึกแสบ แดง คัน ลอก หรือมีผื่นขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าคุณกำลังทำร้ายผิวอยู่! ควรหยุดพักและหันมาบำรุงผิวให้แข็งแรงก่อน 

  • เลือกประเภทสครับให้ถูก: 

- Physical Exfoliants (สครับแบบกายภาพ): คือสครับที่มีเม็ดบีดส์เล็กๆ ช่วยขัดผิว ควรเลือกแบบที่มีเม็ดบีดส์กลมมน ไม่บาดผิว 

- Chemical Exfoliants (สครับแบบเคมี): คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดอ่อนๆ เช่น AHA (Glycolic Acid, Lactic Acid), BHA (Salicylic Acid) ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว การใช้แบบเคมีมักจะอ่อนโยนกว่าการขัดถูผิวโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ควรเลือกความเข้มข้นต่ำๆ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ 

- Enzyme Exfoliants (สครับแบบเอนไซม์): ใช้เอนไซม์จากผลไม้มาช่วยย่อยสลายเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เป็นทางเลือกที่อ่อนโยนมากๆ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย 

  • สครับตอนไหนดีที่สุด: แนะนำให้สครับหน้าในช่วงเย็นหรือก่อนนอน เพราะผิวจะได้มีเวลาพักฟื้นและซ่อมแซมตัวเองระหว่างที่เราหลับ และอย่าลืมทากันแดดทุกวันหลังสครับหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันรุ่งขึ้น เพราะผิวที่เพิ่งผลัดเซลล์ผิวใหม่จะไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติค่ะ 
     

สครับหน้า อย่างไรให้ปัง! Checklist สครับหน้าให้ผิวปัง! 

เพื่อความเข้าใจง่ายๆ เรามาดู Checklist การสครับหน้าแบบฉบับเพื่อนซี้กันค่ะ! 

  • ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนสครับเสมอ 

  • เลือกสครับที่เหมาะกับสภาพผิว (อ่านข้างบนให้ดีนะ!) 

  • บีบสครับลงบนปลายนิ้วพอประมาณ 

  • นวดวนเบาๆ เป็นวงกลมให้ทั่วใบหน้า (ไม่กดแรงนะ!) 

  • เน้นบริเวณที่ต้องการเป็นพิเศษ (ถ้าผิวมัน) 

  • ใช้เวลาสครับไม่เกิน 1-2 นาที (ผิวแพ้ง่าย 30 วิ-1 นาทีพอ!) 

  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนหมดจด 

  • ซับหน้าให้แห้งเบาๆ (ไม่ถูนะจ๊ะ!) 

  • บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ทันที 

  • ทาครีมกันแดดเสมอในตอนเช้า! 

 


Claire Yoghurt Facial Scrub สครับที่ผิวแพ้ง่ายต้องลอง!  

พูดถึงสครับแล้ว ถ้าไม่พูดถึงตัวนี้ก็คงไม่ได้! แอดขอแนะนำ Claire Yoghurt Facial Scrub ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้สาวๆ มีผิวที่กระจ่างใส เนียนนุ่ม โดยไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิวเลยค่ะ! 
 

ทำไม Claire Yoghurt Facial Scrub ถึงเป็นสครับในฝันของสาวๆ? 

  • อ่อนโยนขั้นสุด: เป็นสครับเนื้อโยเกิร์ตที่ถูกคิดค้นมาเพื่อผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ! สครับด้วยเนื้อ Mannan ที่นุ่มมากกก ไม่แข็ง ไม่บาดผิว เพราะไม่มีส่วนประกอบของเม็ดบีท! ไม่ใช้เม็ดบีทสครับทั้วไป แต่ใช้ Mannan แทน เพราะมีความอ่อนโยนมากขึ้น แบบไม่ทำลายชั้นผิว   

  • เป็นสครับหน้าใส ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว: ด้วยความอ่อนโยนของเนื้อสครับและเม็ดบีดส์ที่เล็กเนียนละมุน ทำให้ Claire Yoghurt Facial Scrub ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไปอย่างนุ่มนวล โดยไม่ไปทำร้ายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติของเรา ที่สำคัญคือไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างออกด้วยนะ! 

  • เผยผิวกระจ่างใส: หลังจากสครับแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าผิวดูเนียนนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวที่หมองคล้ำจากเซลล์ผิวเก่าที่สะสมอยู่ก็จะถูกขจัดออกไป ทำให้ผิวดูไบรท์ขึ้น กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมโยเกิร์ตหมักที่ช่วย ผลัดเซลล์ผิวเก่า แบบไม่ทำร้ายผิวใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว 

  • บำรุงผิวไปในตัว: ไม่ใช่แค่สครับนะ แต่ยังบำรุงผิวไปในตัวด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีกมากมาย พร้อมทั้งรวมพลังโปรตีนนม + เบอร์รี่ 7 ชนิด ที่สำคัญมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายขณะสครับด้วยนะ 

  • มีสารสกัดจาก Berry 7 ชนิด: และ Gac Extract ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ   

  • มีสารสกัดจากน้ำนม 7 ชนิด: ช่วยปรับสมดุล Microbiome บนผิว, เสริมความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มละมุนให้ผิว และยังช่วยลดอาการระคายเคืองให้ผิว  

  • เสริมพลังด้วย Dermawhite WF: ช่วยลดการสร้าฃเม็ดสีผิว เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว 


วิธีใช้ Claire Yoghurt Facial Scrub ให้ผิวเริ่ด! 

  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อย แล้วใช้ตอนผิวแห้ง 

  • บีบ Claire Yoghurt Facial Scrub ลงบนปลายนิ้วในปริมาณที่พอเหมาะ 

  • แต้มลงบนใบหน้าและนวดวนเบาๆ เป็นวงกลมให้ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่รู้สึกว่าผิวหยาบกร้าน 

  • สครับประมาณ 30 วินาที – 1 นาที (สำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายก็ลดเวลาลงอีกหน่อยนะ) 

  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนหมดจด 

  • ตามด้วยการบำรุงผิวตามปกติ 


ความถี่ที่แนะนำสำหรับ Claire Yoghurt Facial Scrub 

  • ผิวแห้ง / ผิวแพ้ง่าย: 1 ครั้งต่อ 2-4 สัปดาห์ 

  • ผิวมัน / ผิวผสม: 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ 

บอกเลยว่าใครที่กำลังมองหาสครับหน้าดีๆ ที่อ่อนโยน ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ปังๆ ต้องลอง Claire Yoghurt Facial Scrub เลยค่ะ! แล้วคุณจะหลงรักผิวใหม่ที่เนียนนุ่ม กระจ่างใสกว่าที่เคย! 
 


สรุปแล้ว สครับหน้า กี่ครั้งถึงจะดีนะ? 

สุดท้ายนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า "ความพอดี" คือสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลผิวค่ะ! ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าต้องสครับกี่ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ให้ฟังเสียงจากผิวของเราเป็นหลัก และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวอย่าง Claire Yoghurt Facial Scrub ที่อ่อนโยนและช่วยบำรุงผิวไปในตัว 
 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้สาวๆ เข้าใจเรื่องการสครับหน้าได้มากขึ้นนะคะ! ใครมีคำถาม หรืออยากแชร์ประสบการณ์การสครับหน้า คอมเมนต์บอกกันได้เลยน้าาา! แล้วเจอกันใหม่บทความหน้านะจ๊ะ! บ๊ายบายยย!  

 

สั่งผ่านช่องทางออนไลน์  

Inbox : m.me/ClaireSkin.Thailand  

Line OA : https://lin.ee/aCH1I43  

Shopee :  https://shope.ee/5fPQDg8DU6  

  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  

Facebook: ClaireSkin-Thailand เพจหลักบริษัท  

Line: @CR88 หรือคลิก https://lin.ee/aFq9CKU 

+