ช่วงนี้ ผิวพัง ไม่ไหวแล้ว! ปัญหาผิวของคนเราในยุคนี้ไม่ได้มาแค่แบบเดี่ยว ๆ บางวันรู้สึกว่าผิวหน้าทั้งแห้งและมันในเวลาเดียวกัน บางทีอยากจะจัดการริ้วรอยแต่ดันติดตรงที่ ผิวอ่อนแอ หน้าหมองคล้ำ เป็นสิว ใช้อะไรดี? การหยิบเซรั่มขวดเดียวมาทาแบบเดิม ๆ อาจจะไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ความซับซ้อนของผิวเราอีกต่อไปแล้ว
วันนี้ขออาสามาแจกโพยลับฉบับตัวมัมกับเทคนิคการ
“Skincare Layering” ซึ่งเป็นศาสตร์การบำรุงผิวที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณหลายท่านให้การยอมรับ ว่าสามารถช่วยดึงประสิทธิภาพของสกินแคร์ออกมาได้สูงสุด โดยเราจะเริ่มต้นเปิดประตูกระตุ้นผิวด้วย MediClaire PAD แล้วตามด้วยการเลเยอร์ MediClaire Serum 2 สูตรเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการกู้ผิวพังได้แบบคูณสอง!
เช็กด่วน! ต้นตอ "ผิวพัง" เกิดจากอะไร ทำไมทาสกินแคร์เท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล
หลายคนอาจจะคิดว่าผิวที่ดูพัง โทรม สิวบุก หรือแห้งลอก เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่แอบกระซิบเลยว่าความจริงแล้ว อาการผิวพังคือ "ความเสียหายสะสม" จากหลายปัจจัยที่รุมเร้าผิวเราในทุก ๆ วัน มาสแกนดูกันดีกว่าว่า ตัวการลับที่ขโมยความสตรองของผิวเราไป มีอะไรบ้าง?
ไลฟ์สไตล์ทำร้ายผิว สายปั่นงานโต้รุ่ง นอนดึกตีดอท พักผ่อนไม่เพียงพอ บวกกับความเครียดสะสม ปัจจัยเหล่านี้แหละที่ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากผิดปกติ จนกลายเป็นวงจรสิวอักเสบและผิวหมองคล้ำ

มลภาวะและรังสีทำลายล้าง ทุกครั้งที่ก้าวออกจากบ้าน ผิวต้องปะทะกับฝุ่นควัน PM 2.5 มลภาวะทางอากาศ รวมถึงรังสี UV และแสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่เข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว และสร้างอนุมูลอิสระให้ผิวแก่ก่อนวัย
ใช้สกินแคร์ผิด ชีวิต(ผิว)เปลี่ยน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตอบโจทย์สภาพผิว การล้างหน้าด้วยโฟมที่เอี๊ยดเกินไป หรือการสครับผิวรุนแรงเกินเบอร์ ล้วนเป็นการทำลายความสมดุลของค่า pH บนใบหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว
เมื่อ “เกราะป้องกันผิว” (Skin Barrier) พังทลาย
แม้ปัจจัยด้านบนจะเป็นตัวการสำคัญ แต่แก่นแท้ที่ทำให้ผิวของเราอยู่ในสภาวะอ่อนแอขั้นสุด คือการที่ เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ถูกทำลายลงทีละน้อย!
เปรียบเทียบง่าย ๆ เกราะป้องกันผิวก็เหมือนกำแพงบ้าน เมื่อกำแพงเกิดรอยร้าวหรือพังทลายลง ผิวของเราจะสูญเสียความชุ่มชื้นออกไปอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันก็เปิดประตูรับแบคทีเรียและสิ่งสกปรกให้เข้ามาทำร้ายผิวได้ลึกขึ้น
“ทำไมทาครีมแพงแค่ไหน ผิวก็ไม่ดีขึ้น?” เพราะเมื่อผิวไม่แข็งแรง ผิวจะสูญเสียความสามารถในการดูดซึมสารอาหาร การประโคมสกินแคร์ลงไปจึงเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และมักจะกองอยู่บนผิวหน้าโดยไม่เกิดประโยชน์ ซ้ำร้ายอาจก่อให้เกิดการอุดตันด้วย
เปิดผิวด้วย MediClaire PAD ก่อนลง MediClaire Serum แก้ปัญหาผิวพังได้จริงไหม ?
ทำไมเราถึงทาเซรั่มลงไปบนผิวตรง ๆ ไม่ได้ ในแต่ละวันผิวพัง เพราะเผชิญกับมลภาวะ สิ่งสกปรก และเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพซึ่งทับถมกันอยู่บนคอร์เนียม (Stratum Corneum) หรือผิวชั้นนอกสุด หากเราไม่เคลียร์สิ่งเหล่านี้ออกก่อนสกินแคร์ที่เราทาลงไปก็อาจจะซึมได้ไม่ลึกพอ และก่อให้เกิดการอุดตันแทน
นี่คือเหตุผลที่ MediClaire PAD เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลผิวพัง! การใช้แพดเช็ดบนผิวเบา ๆ จะทำหน้าที่เป็นเหมือนการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก พร้อมผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวปรับสมดุลค่า pH และเตรียมรูขุมขนให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมเปิดรับสารอาหาร เมื่อผิวมีความสะอาดและชุ่มชื้นขึ้น จะช่วยให้เซรั่มสามารถแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ และทำงานได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้นเลยล่ะ
แจก 5 โพยลับ Mix ข้ามสูตรกู้ผิวพังตรงจุดแบบ 3-Step
เตรียมจดลิสต์ไว้ให้ดี! เพราะนี่คือสูตรสำเร็จที่เราคัดสรรมาแล้วว่าเข้ากันได้ดีเยี่ยม เสริมฤทธิ์กันแบบไม่มีหักล้าง เพื่อจัดการปัญหา ผิวพัง ของคุณให้อยู่หมัด โดยเคล็ดลับคือการเลือกใช้ MediClaire PAD เพื่อเปิดผิวให้ตรงกับปัญหา แล้วค่อยเลเยอร์ทับด้วย MediClaire Serum ที่มีความเข้มข้นสูงกว่าเพื่อบูสต์ผลลัพธ์ขั้นสุด!
สูตรที่ 1: กู้หน้าโทรมผิวพังฉบับเร่งด่วน เสกผิวอิ่มน้ำ เด้งฟู (Glossy Glass Skin Combo)
เหมาะสำหรับ: ชาววัยรุ่นสร้างตัวที่โหมงานหนัก พักผ่อนน้อยจนหน้าหมองคล้ำจน ผิวพัง แต่งหน้าไม่ค่อยติด และรู้สึกว่าผิวดูหมอง ๆ ไม่สดใส
- Step 1 เปิดผิว: เริ่มต้นด้วยการใช้ MediClaire PAD สูตร PDRN + B12 เช็ดทำความสะอาดทั่วใบหน้าอย่างเบามือ เพื่อปลุกผิวโทรมดูเหนื่อยล้าให้กลับมาสดใส และขจัดคราบความหมองคล้ำ
- Step 2 ลงเซรั่มตัวแรก: ใช้ MediClaire 5X Concentrated Active Brightening Serum ทาให้ทั่วใบหน้า อัดแน่นด้วย Niacinamide 10% เข้าไปจัดการกับรอยดำและปรับโทนสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ เป็นการปูพื้นฐานความสว่าง
- Step 3 ลงเซรั่มตัวที่สอง: ปิดท้ายด้วย MediClaire Collagen Peptide Rejuvenating Serum เพื่อเติมน้ำและความชุ่มชื้น ล็อกทุกอย่างลงไปในชั้นผิวทันที

ทำไมสูตรนี้ถึงดูดี: ในหลักการดูแลผิว การที่ผิวจะดูกระจ่างใสและเปล่งประกายได้อย่างแท้จริง ผิวจะต้องมีความชุ่มชื้นที่เพียงพอซะก่อน การจับคู่ระหว่างกลุ่มสารสกัดเพื่อผิวกระจ่างใส (Brightening agents) เข้ากับสารเติมความชุ่มชื้นอย่างเปปไทด์และคอลลาเจน จะช่วยสะท้อนแสงไฟ ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาว อิ่มฟู ได้ลุค Glass Skin แบบสาวเกาหลีที่แท้ทรู เป็นการกู้ ผิวพัง ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อย่างรวดเร็ว
สูตรที่ 2: ระเบิดพลังผิวออร่า ลดจุดด่างดำฝังลึก แก้ผิวพัง เปิดผิวโกลว์ขั้นสุด (Double Brightening Power)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่กำลังกลุ้มใจกับปัญหา ผิวพัง จากรอยดำของสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอสะสมมานาน หรือใครที่กำลังเตรียมตัวออกงานสำคัญและต้องการงานผิวที่ดูไบรท์แบบพุ่ง ๆ
- Step 1 เปิดผิว: เช็ดผิวด้วย MediClaire PAD สูตร 5X Concentrated Active Brightening โดยเน้นย้ำเบา ๆ บริเวณที่มีจุดด่างดำฝังลึก เพื่อเปิดทางให้สารบำรุง
- Step 2 ลงเซรั่มตัวแรก: ทาเซรั่ม MediClaire 5X Concentrated Active Brightening Serum ซ้ำลงไป เพื่อให้ Niacinamide และ Tranexamic Acid เข้าไปเคลียร์ความหมองคล้ำที่ฝังตัวอยู่แบบตรงจุด
- Step 3 ลงเซรั่มตัวที่สอง: เลเยอร์ทับด้วย MediClaire Triple C Extra Bright Serum เซรั่มที่อัดแน่นไปด้วยพลังของวิตามินซีเข้มข้น 3 ชนิด เพื่อบูสต์ให้ผิวโกลว์สว่าง และเล่นแสงอย่างเป็นธรรมชาติ
ทำไมสูตรนี้ถึงดูดี: นี่คือการผสานพลังงานขั้นสุดของส่วนผสมกลุ่ม Whitening และ Antioxidant การใช้วิตามินซีที่มีความเสถียรสูง จะช่วยส่งเสริมกระบวนการยับยั้งการผลิตเม็ดสี เมื่อทำงานคู่กับสารลดเลือนจุดด่างดำตัวอื่น จะเป็นการเสริมฤทธิ์กันช่วยบูสต์ให้ผิวดูสว่างใสไวขึ้นแบบทวีคูณ โดยถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
สูตรที่ 3: รีเซตเกราะผิว สร้างผิวแข็งแรง พร้อมโกลว์ฉ่ำสุขภาพดี (Barrier Repair & Glow)
เหมาะสำหรับ: คนที่มีสภาพผิวอ่อนแอ เซนซิทีฟ แพ้ง่าย เป็นผดผื่นบ่อยเวลาเจอมลภาวะจน ผิวพัง แต่ก็ยังอยากได้ลุคงานผิวที่ดูฉ่ำน้ำ ไม่แห้งลอก
- Step 1 เปิดผิว: เปลี่ยนจากการเช็ด มาเป็นการมาสก์ โดยแปะ MediClaire PAD สูตร HPR Retinoid Skin Barrier ทิ้งไว้บนหน้าแก้ม 3 นาที เพราะสูตรนี้มี Pantodium Cica ช่วยปลอบประโลมผิวและลดการอักเสบอย่างล้ำลึก
- Step 2 ลงเซรั่มตัวแรก: ทา MediClaire PDRN + B12 Daily Booster Serum สารสกัดตัวท็อปที่มี DNA จากปลาแซลมอน ช่วยฟื้นบำรุงลึกถึงระดับเซลล์ผิว ให้ผิวที่กำลังอ่อนล้าฟื้นตัวได้เร็วขึ้น พร้อมคืนความชุ่มชื้น
- Step 3 ลงเซรั่มตัวที่สอง: ล็อกผลลัพธ์ทั้งหมดด้วย MediClaire HPR Retinoid Skin Barrier Serum ซึ่งมีส่วนช่วยในการจัดเรียงและเสริมสร้างโครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แน่นหนาขึ้น
ทำไมสูตรนี้ถึงดูดี: สารสกัดอย่าง PDRN และวิตามิน B12 ขึ้นชื่อเรื่องการฮีลลิ่งผิว ลดการอักเสบ เมื่อเรานำมาใช้ร่วมกับ HPR Retinoid ซึ่งเป็นเรตินอยด์นวัตกรรมใหม่ที่อ่อนโยน จะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่มีคุณภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปลี่ยนผ่านจากวงจรผิวแพ้ง่าย ให้กลายเป็นผิวแข็งแรง และผิวสุขภาพดี ทนทานต่อมลภาวะภายนอกได้ในระยะยาว
สูตรที่ 4: ย้อนอายุผิว เติมความเด้งกระชับ สยบ รูขุมขนกว้าง (Youthful & Firming Booster)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยบาง ๆ รู้สึกว่าผิวเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น และมีปัญหา รูขุมขนกว้าง จนแต่งหน้าแล้วตกร่อง
- Step 1 เปิดผิว: เช็ดเปิดผิวอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดด้วย MediClaire PAD
- Step 2 ลงเซรั่มตัวแรก: ลง Collagen Peptide เป็นอันดับแรก เพื่ออัดฉีดน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูและมีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมไว้
- Step 3 ลงเซรั่มตัวที่สอง: เลเยอร์ทับด้วย HPR Retinoid เพื่อทำหน้าที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ปรับผิวหน้าให้ดูเรียบเนียน และดูแลปัญหาริ้วรอย
ทำไมสูตรนี้ถึงดูดี: ตามหลักการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ การใช้กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Retinoid) อาจทำให้สภาพผิวของบางคนเกิดอาการแห้งหรือลอกได้นิดหน่อย การใช้เทคนิคทาเซรั่มกลุ่มให้ความชุ่มชื้นสูงอย่าง Collagen Peptide เพื่อ "ปูพื้น" (Buffering Technique) ก่อนลงเรตินอยด์ จะช่วยลดโอกาสการระคายเคืองได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้เราได้ประโยชน์จากการกระชับรูขุมขน คืนความอ่อนเยาว์ และได้ ผิวเรียบเนียน กลับมาโดยที่ผิวไม่แห้งเสีย
สูตรที่ 5: กู้ผิวโทรม ผิวพังขั้นสุด ล็อกน้ำให้ผิวฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี (Ultimate Hydration & Plump)
เหมาะสำหรับ: คนที่กำลังเผชิญกับปัญหา ผิวพัง ผิวแห้งกร้าน หรือผิวขาดน้ำอย่างรุนแรง แต่งหน้าแล้วเป็นขุย หรือผู้ที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์/ทรีตเมนต์ และต้องการการฟื้นฟูผิวแบบด่วนจี๋
- Step 1 เปิดผิว: ใช้ MediClaire PAD สูตร PDRN + B12 เช็ดเพื่อดึงคราบสกปรกตกค้างออกให้หมดจด พร้อมซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ต้องการการฟื้นฟูแบบเร่งด่วน
- Step 2 ลงเซรั่มตัวแรก: ชโลม MediClaire Collagen Peptide Rejuvenating Serum เพื่อปลุกผิวที่เหี่ยวแห้งให้อิ่มฟู ดึงโมเลกุลความชุ่มชื้นเข้าสู่ชั้นผิวอย่างเต็มที่
- Step 3 ลงเซรั่มตัวที่สอง: ทาทับด้วย MediClaire PDRN + B12 Daily Booster Serum อีกครั้ง เพื่อทำการบูสต์ความฉ่ำโกลว์ และสร้างฟิล์มบาง ๆ ล็อกความชุ่มชื้นทั้งหมดให้อยู่กับผิวไปตลอดทั้งวัน
ทำไมสูตรนี้ถึงดูดี: นี่คือสุดยอดการรวมตัวของสารบำรุงกลุ่ม Hydrating (เติมน้ำ) และ Regenerating (ฟื้นฟูซ่อมแซม) เปรียบเสมือนการให้สายน้ำเกลือแก่ผิวที่กำลังกระหายน้ำ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูฉ่ำน้ำ อิ่มฟู รูขุมขนดูเบียดกระชับเข้าหากัน ให้ความรู้สึกสดชื่นเปล่งปลั่ง ราวกับเพิ่งเดินออกจากคลินิกดูแลผิวเลยทีเดียว!
(ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: หน้าหมองคล้ำ เป็นสิว ใช้อะไรดี ควรเริ่มรักษาสิวหรือดูแลเรื่องความหมองคล้ำก่อน?
A: แนะนำให้เริ่มต้นจากการลดการอักเสบและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวเป็นอันดับแรก! เมื่อผิวอ่อนแอการประโคมไวท์เทนนิ่งแรง ๆ อาจยิ่งทำให้สิวเห่อ แนะนำให้ใช้ MediClaire PAD สูตร HPR Retinoid เพื่อปลอบประโลมสิวและผลัดเซลล์ผิวที่อุดตันอย่างอ่อนโยน จากนั้นเลเยอร์ด้วยเซรั่มกลุ่มลดรอยดำอย่าง MediClaire 5X Concentrated Active Brightening จะช่วยกู้ทั้งปัญหาสิวและผิวหมองคล้ำไปพร้อม ๆ กันแบบไม่ทำร้ายผิว
Q2: การทาสกินแคร์ทับกันหลายชั้นจะทำให้ผิวอุดตันหรือระคายเคืองกว่าเดิมไหม?
A: หากจับคู่ส่วนผสมได้ถูกต้องไม่อุดตันแน่นอน กุญแจสำคัญคือการเปิดผิวก่อนเสมอ การใช้ MediClaire PAD เช็ดคราบสกปรกและเซลล์ผิวเสื่อมสภาพออกก่อน จะช่วยเคลียร์ทางให้เซรั่มซึมลงสู่ผิวได้ลึกขึ้น นอกจากนี้ เซรั่มของ MediClaire ถูกออกแบบเนื้อสัมผัสมาให้ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน จึงซึมไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
Q3: ผิวพังหนักมาก ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะกลับมาสัมผัสผิวเรียบเนียน และผิวแข็งแรงเหมือนเดิม?
A: โดยวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติของมนุษย์ (Skin Turnover Cycle) จะอยู่ที่ประมาณ 28 วัน ดังนั้นการกู้ผิวพังอย่างยั่งยืนและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ควรใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์ขึ้นไป การใจร้อนเปลี่ยนสกินแคร์บ่อย ๆ จะยิ่งทำให้ผิวรวน แนะนำให้มีวินัยในการบำรุงตามสูตร 3-Step อย่างสม่ำเสมอ ผิวจะค่อย ๆ ปรับโครงสร้างให้แน่นขึ้นและกลับมาแข็งแรงในระยะยาว
Q4: รูขุมขนกว้าง ทำยังไงก็ไม่เล็กลง สกินแคร์ช่วยได้จริงหรือ?
A: สกินแคร์ช่วยได้! สาเหตุหลักของรูขุมขนกว้างมักเกิดจากผิวขาดน้ำจนผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป หรือคอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพทำให้รูขุมขนหย่อนคล้อย การจับคู่เซรั่มที่ช่วยเติมน้ำ (Hydration) อย่าง Collagen Peptide เข้ากับกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่อย่าง HPR Retinoid จะช่วยให้รูขุมขนดูเบียดกระชับขึ้น เป็นการฟื้นฟูด้วยตัวเองที่ให้ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนได้อีกระดับนึง
(ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)
สรุป กู้ผิวพังต้องทำยังไง?
ปัญหาผิวของแต่ละคนมีความยูนีคและต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน การใช้ สกินแคร์ แบบขวดเดียวครอบจักรวาลอาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การหันมาใช้เทคนิค Skincare Layering หรือการจับคู่ส่วนผสมให้ตรงกับปัญหาผิว จึงเป็นทางออกที่เวิร์กสุด ๆ ! แต่อย่าลืมกฎเหล็กข้อสำคัญที่แพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำเสมอนะคะ นั่นคือ “การเตรียมผิวให้พร้อม” การเริ่มต้น Step แรกด้วย MediClaire PAD จะช่วยเคลียร์ทางให้ MediClaire Serum ทรงประสิทธิภาพทั้ง 5 สูตรของเราซึมซาบลงไปทำงานได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ว่าจะอยากได้ผิวเรียบเนียน ลดความหมองคล้ำ หรือสร้างผิวแข็งแรง ก็สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ตามใจชอบเลยนะ
หากใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกอิน อยากเริ่มต้นโปรเจกต์กู้ผิวพังให้กลับมาเป็นผิวสุขภาพดีมีออร่าแบบตัวมัมตัวมารดา อย่ารอช้าเน้อสาว! ให้ CLAIRE EVERY SKIN ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผิวของคุณด้วยผลิตภัณฑ์ MediClaire คุณภาพที่เราคิดค้นและคัดสรรมาอย่างดี เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผิวคุณ มาร่วมครีเอทสูตรลับเฉพาะตัว แล้วเตรียมโบกมือลาผิวพัง ต้อนรับผิวอิ่มน้ำสุขภาพดีไปด้วยกันน้า!
สั่งผ่านช่องทางออนไลน์
Inbox : m.me/ClaireSkin.Thailand
Line OA : https://lin.ee/aCH1I43
Shopee : https://shope.ee/5fPQDg8DU6
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/claireskin-by-slc
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Facebook: ClaireSkin-Thailand เพจหลักบริษัท
Line: @CR88 หรือคลิก https://lin.ee/aFq9CKU
รายการอ้างอิง
American Academy of Dermatology Association (AAD). (n.d.). How to maximize your skin care routine.
Levin, J., & Momin, S. B. (2010). How much do we really know about our favorite cosmeceutical ingredients? The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology.
Zasada, M., & Budzisz, E. (2019). Retinoids: active molecules influencing skin structure formation in cosmetic and dermatological treatments. Advances in Dermatology and Allergology.
Squadrito, F., Bitto, A., Irrera, N., et al. (2018). The Efficacy of Polydeoxyribonucleotide (PDRN) in Tissue Regeneration. International Journal of Molecular Sciences.